Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

  • ต้นทาง
  • ปลายทาง
  •  

Logistics Articles

(0)

Logistics News

มิ.ย.ส่งออกพุ่ง1.8หมื่นล.US พาณิชย์ปรับเป้าใหม่เพิ่ม19%

ส่งออกเดือนมิถุนายนทุบสถิติมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โต 46.3% ขยับเป้าส่งออกปี"53 เพิ่ม 19% มูลค่า 1.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขการ ส่งออกสินค้าไทยประจำเดือนมิถุนายน 2553 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่มูลค่า 18,038 ล้านเหรียญ หรือขยายตัวร้อยละ 46.3 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนปีก่อน ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 15,716 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 37.9% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 2,322 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การส่งออกช่วง 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) 2553 มีมูลค่า 93,066 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 36.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนการนำเข้าช่วง 6 เดือนแรก มีมูลค่า 86,688 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัว 51.7% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าช่วง 6 เดือน 6,378 ล้านเหรียญสหรัฐ

การส่งออกที่ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับจากเดือนกรกฎาคม 2551 ที่ไทยส่งออกสูงถึง 17,300 ล้าน เหรียญสหรัฐ เป็นผลมาจากการส่งออกขยายตัวเกือบทุกกลุ่มสินค้าตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จะปรับเป้าหมายการส่งออกปี 2553 ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 14% มูลค่า 173,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็นขยายตัว 19% มูลค่า 183,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าการส่งออกในไตรมาส 3 จะ ส่งออกได้เพิ่มอีกประมาณ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และไตรมาส 4 ส่งออกเพิ่มอีก 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีโอกาสที่ไทยจะได้ดุลการค้าปีนี้สูงถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับสินค้าส่งออกที่ขยายตัวในเดือนมิถุนายน โดยสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตรเพิ่ม 33.3% หมวดสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น 52.6% ด้านตลาดส่งออก พบว่าขยายตัวทุกตลาดเช่นกัน โดยตลาดหลักส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ขยายตัว 44.7% ได้แก่ ตลาดอาเซียน (5 ประเทศ) 51.2%, สหรัฐ 37.9%, ญี่ปุ่น 49.3%, สหภาพยุโรป (15 ประเทศ) 36.9% ส่วนตลาดใหม่ส่งออกเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 10 ขยายตัว 47.8% เช่น ตะวันออกกลาง 24.3%, แอฟริกา 8.3%, ละตินอเมริกา 91.8%, ยุโรปตะวันออก 81.4%, เอเชียใต้ 50.2%, อินเดีย 44.4% และจีน 26.3%

ขณะที่การนำเข้าเดือนมิถุนายนมีสินค้านำเข้าเพิ่ม ได้แก่ เชื้อเพลิง 21.4% จากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น สินค้าทุน 45.5% ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นไทยมีศักยภาพเป็นแหล่งลงทุน ประกอบกับรัฐมีการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง สินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป 34.7% สอดคล้องกับการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ สินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่ม 41.5% เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อมั่นในสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย ทำให้การ จับจ่ายใช้สอยเพิ่ม

ที่มา : ประชาชาติออนไลน์


แสดงความคิดเห็น

ชื่อ / Email
ความคิดเห็น / comment
รหัสความปลอดภัย / secure code


กรุณากรอกตัวอักษรดานบน / please enter code